มหัศจรรย์ว่านหางจระเข้

Last updated: 2021-05-15  |  6639 จำนวนผู้เข้าชม  | 

aloe vera

มหัศจรรย์ว่านหางจระเข้
ว่านหางจระเข้ ชื่อสามัญ Aloe, Aloe vera, Aloein, Barbados, Jafferabad, Star cactus
ว่านหางจระเข้ ชื่อวิทยาศาสตร์ Aloe vera (L.) Burm.f. จัดอยู่ในวงศ์ XANTHORRHOEACEAE และอยู่ในวงศ์ย่อย ASPHODELOIDEAE

ว่านหางจระเข้ (Aloe vera) เป็นพืชเขตร้อน มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน และบริเวณตอนใต้ของทวีปแอฟริกา เป็นไม้ล้มลุก ความสูงประมาณ 0.5-1 เมตร ลำต้นเป็นปล้อง โคนใบใหญ่ ใบอวบน้ำหนา ค่อนข้างยาว สีเขียวลายจุดขาว มีหนาม รอบขอบใบ ภายในมีวุ้นใส ซึ่งในส่วนดังกล่าว นิยมนำมาใช้เพื่อบำรุงรักษาผิวพรรณ และยังสามารถนำมารับประทานได้อีกด้วย

คำว่า "อะโล" (Aloe) มาจากภาษากรีกโบราณที่หมายถึงว่านหางจระเข้ ซึ่งเป็นคำที่แผลงมาจากคำว่า "Allal" ในภาษายิวที่มีความหมายว่าฝาดหรือขม เพราะเมื่อคนได้ยินคำนี้ก็จะนึกถึงว่านหางจระเข้นั่นเอง ว่านหางจระเข้ปกติแล้วเป็นพืชที่ขึ้นในเขตร้อน และภายหลังได้แพร่ขยายพันธุ์ไปสู่เอเชีย และยุโรป จนทุกวันนี้ว่านหางจระเข้ก็เป็นที่นิยมของทั่วโลกไปแล้ว โดยว่านหางจระเข้จะมีมากมายกว่า 300 สายพันธุ์ ซึ่งมีตั้งแต่ขนาดเล็กกว่า 10 เซนติเมตรไปจนถึงสายพันธุ์ที่มีขนาดใหญ่ ลักษณะพิเศษของว่านหางจระเข้ก็คือ มีใบแหลมคล้ายเข็ม มีเนื้อหาและในเนื้อมีน้ำเมือกเหนียว เมื่อพูดถึง สมุนไพรว่านหางจระเข้ เรามักจะนึกถึงสรรพคุณในการรักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก แผลสด ช่วยบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อน ใช้ทาเพื่อป้องรอยแผลเป็นมาตั้งแต่เด็กๆ ซึ่งสารที่สามารถใช้รักษาแผลดังกล่าวได้เป็นสาร Glycoprotein ที่มีชื่อว่า  Aloctin A  เป็น
Anti-inflammatory ที่พบได้ในทุกๆส่วนของว่านหางจระเข้ ซึ่งนอกจากสรรพคุณดังกล่าวแล้วยังมีประโยชน์ของว่านหางจระเข้อื่นๆอีกมากมาย และมีงานวิจัยทั้งในประเทศ และต่างประเทศให้การยอมรับในสรรพคุณของว่านหางจระเข้

องค์ประกอบสารต่างๆที่พบ
1. กรดอะมิโน
- อลานีน (alanine)
- นิลอลานีน (phenylalanine)
- ซิสทีน (cystine)
- ไกลซีน (glycine)
- ลิวซีน (leucine)
- ไลซีน (lysine)
- ไอโซลิวซีน (isoleucine)
- เซรีน (serine)
2. สารพอลิแซคคาไรด์ และน้ำตาล
- กลูโคส (glucose)
- ฟรุกโตส (fructose)
- กาแลคโตส (galactose)
- แมนโนส (mannose)
- อะราบิโนส (arabinose)
- ไซโลส (xylose)
- เซลลูโลส (cellulose)
- แรมโนส (rhamnose)

3. เกลือแร่
- แคลเซียม (calcium)
- โพแทสเซียส (potassium)
- โซเดียม (sodium)
- แมงกานีส (manganese)
- แมกนีเซียม (magnesium)
- สังกะสี (zinc)
- ทองแดง (copper)
- เหล็ก (iron)
- โครเมียม (chromium)
4. วิตามิน
- วิตามิน B1
- วิตามิน B2
- วิตามิน B6
- วิตามิน C
- ไนอาซินามายด์ (niacinamide)
- กรดโฟลิก (folic acid)
5. เอนไซม์
- ออกซิเดส (oxidase)
- อะไมเลส (amylase)
- คะตะเลส (catalase)
- ไลเปส (lipases)
- ทรานอะมิเนส (transaminase)
6. กรดอินทรีย์
 - กรดซิตริก (citric acid)
- กรดไอโซซิตริก (isocitric acid)
- กรดมาโลนิก (malonic acid)
- กรดฟูมาริค (fumaric acid)
- กรดทาร์ทาริก (tartaric acid)
- กรดซักซินิก (succinic acid)
- กรดมาลิค (maleic acid)
- กรดไพรูวิก (pyruvic acid)
7. แอนทราควิโนน (Anthraquinones)
แอนทราควิโนน ได้แก่ อโลอิน (Aloein A และ B) มีลักษณะเป็นยางสีเหลืองที่อยู่ส่วนของเปลือกว่านหางจระเข้ ออกฤทธิ์สาคัญ คือกระตุ้นการขับถ่าย ใช้สำหรับเป็นยาระบาย โดยมีกลไกที่สำคัญ คือ เมื่อสารนี้อยู่บริเวณลำไส้จะถูกแบคทีเรียย่อยสลายกลายเป็นแอนทรานอล (Anthranol) สารนี้ จะออกฤทธิ์ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อลำไส้เล็ก และลำไส้ใหญ่จนเกิดการหลั่งน้ำบริเวณลำไส้มากกว่าปกติ
8. ไกลโคโปรตีน (Glycoprotein)
ไกลโคโปรตีน เป็นองค์ประกอบที่มีลักษณะเป็นวุ้นใสที่ประกอบด้วยสาร 2 ชนิด คือ
1.อโลอินเอ (Aloein A)
2.อโลอินบี (Aloein B)
สาร 2 ชนิดนี้ มีคุณทางยา คือ
- ช่วยลดอาการอักเสบ
- บรรเทาอาการแสบร้อน และรักษาแผลไฟไหม้
- ป้องกันการเสื่อมของเซลล์จากการได้รับรังสีบำบัด
- ช่วยเคลือบ และรักษาแผลในกระเพาะอาหาร
9. อะซีแมนแนน
สารอะซีแมนแนน (B-(1,4)-acetylated mannan) เป็นสารที่พบในส่วนที่เป็นเจลเหลว มีคุณสมบัติหลายด้านด้วยกัน อาทิ
- ช่วยสมานแผล
- ปกป้องเซลล์จากรังสีบำบัด
- เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
- ต้านเซลล์มะเร็ง
- ต้านการแพร่ของเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อไวรัส

ว่านหางจระเข้มีสารสำคัญดังนี้
 ว่านหางจระเข้มีสารสำคัญในการออกฤทธิ์สมานแผลคือ aloein A และ aloein B
 ว่านหางจระเข้มีสารสำคัญในการออกฤทธิ์ลดการอักเสบ คือ aloein A, veracylglucan B และ C และ bradykininase
 ว่านหางจระเข้มีสาร traumatic acid ออกฤทธิ์รักษาแผลในกระเพาะอาหาร
 ว่านหางจระเข้มีสารกลุ่ม anthraquinones ออกฤทธิ์เพิ่มการบีบตัวของลำไส้ ลดอาการท้องผูก
 ว่านหางจระเข้มีสาร aloe-emodin ที่กระตุ้น macrophage ให้กำจัดเซล์ลมะเร็ง และยังมี acemannan ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ว่านหางจระเข้ช่วยกระตุ้นการเจริญของเซลล์ปกติและยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็ง
 
ประโยชน์ของว่านหางจระเข้ต่อสุขภาพ
 ว่านหางจระเข้ สามารถช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ มีส่วนช่วยชะลอความแก่ชรา และช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคได้อีกด้วย
 ว่านหางจระเข้อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ รวมไปถึงกรดอะมิโนอีกหลายชนิดที่จำเป็นและมีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น ธาตุแมกนีเซียม ธาตุโพแทสเซียม ธาตุทองแดง ธาตุแมงกานีส ธาตุซีลีเนียม ธาตุโครเมียม วิตามินเอ วิตามินซี วิตามิอี วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินบี 6 วิตามินบี 9 โคลีน และยังเป็นพืชเพียงไม่กี่ชนิดที่มีวิตามินบี 12 ด้วย
 ว่านหางจระเข้ช่วยในการย่อยอาหาร ทำความสะอาดลำไส้ใหญ่ ช่วยในการดีท็อกซ์ล้างสารพิษในร่างกาย ช่วยในการทำงานของระบบกระเพาะอาหาร และช่วยลดปริมาณของเชื้อแบคทีเรียในลำไส้
 ว่านหางจระเข้จากวารสารแพทย์อังกฤษตีพิมพ์ในปี 2000 (British medical journal) ระบุว่าสารสกัดจากว่านหางจระเข้สามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ช่วยควบคุมความดันโลหิตและเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต และอาจจะมีความเป็นไปได้ว่ามันสามารถช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจได้อีกด้วย
 ว่านหางจระเข้ช่วยป้องกันและแก้อาการเมารถเมาเรือ ด้วยการรับประทานเนื้อวุ้นว่านหางจระเข้หรือน้ำว่านหางจระเข้เย็นๆก็จะช่วยบรรเทาอาการดังกล่าวได้
 ว่านหางจระเข้การใช้วุ้นว่านหางจระเข้ทาเป็นประจำวันละ 2-4 ครั้ง จะช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งผิวหนัง
 ว่านหางจระเข้ช่วยบำรุงผิวพรรณ ช่วยทำให้ผิวพรรณเนียนนุ่ม ดูชุ่มชื้น แก้ปัญหาผิวแห้งกร้านตามหัวเข่า, ข้อศอก หรือส้นเท้าได้ เพียงแค่ใช้วุ้นจากใบว่านหางจระเข้แช่ในอ่างอาบน้ำ ในระหว่างอาบให้ใช้เนื้อวุ้นถูตามส่วนต่างๆ ของร่างกายที่ต้องการ หากทำเป็นประจำก็จะช่วยทำให้ผิวพรรณของคุณเนียนนุ่มชื่นชื้นและเต่งตึงได้
 ว่างหางจระเข้ช่วยเติมน้ำให้ผิว ทำให้ผิวหน้าและผิวกายชุ่มชื้น และป้องกันการเกิดริ้วรอยแห่งวัย เพียงแค่ใช้วุ้นจากใบว่านหางจระเข้นำมาพอกให้ทั่วบริเวณใบหน้าหรือบริเวณผิวที่ต้องการ ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออก จะช่วยทำให้ผิวพรรณชุ่มชื้นสดใสและดูเต่งตึงขึ้น
 ว่านหางจระเข้รักษาสิว ยับยั้งการติดเชื้อที่เป็นสาเหตุของสิว ช่วยลดรอยดำจากสิว และช่วยลดความมันบนใบหน้า เพราะในใบว่างหางจระเข้จะมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ (ไม่แนะให้ใช้กับสิวอักเสบเพราะจะทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย)
 ว่านหางจระเข้ช่วยรักษาจุดด่างดำตามผิวหนัง อันเนื่องมาจากแสงแดดหรือจากอายุที่มากขึ้น ด้วยการใช้วุ้นจากใบสดนำทาที่ผิววันละ 2 ครั้งหลังอาบน้ำ และต้องทำอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอจึงจะเห็นผล
 ว่านหางจระเข้ช่วยป้องกันการเกิดฝ้า หากใช้ว่านหางจระเข้เป็นประจำก็จะช่วยป้องกันการเกิดฝ้าได้เป็นอย่างดี (ไม่ใช่การรักษาแต่เป็นการป้องกัน)
 ว่านหางจระเข้วุ้นจากใบสดใช้ชโลมบนเส้นผม จะช่วยทำให้เส้นผมสลวย ผมดกเป็นเงางาม ช่วยป้องกันและขจัดรังแค ช่วยบำรุงต่อมที่รากผมให้มีสุขภาพดี และยังช่วยรักษาแผลบนหนังศีรษะได้อีกด้วย
 ว่านหางจระเข้ในฟิลิปปินส์ ใช้วุ้นจากว่านหางจระเข้ร่วมกับเนื้อในของเมล็ดสะบ้า ในการรักษาผมร่วงหรือหนังศีรษะล้าน
 ว่านหางจระเข้ปัจจุบันได้มีการทดลองใช้วุ้นจากใบเพื่อรักษาคนไข้ที่เป็นแผลกดทับ (Bedsore)
 ว่านหางจระเข้ช่วยลบท้องลายหลังคลอด ด้วยการใช้วุ้นของว่านหางจระเข้มาทาบริเวณท้องเป็นประจำทั้งในขณะตั้งครรภ์และหลังคลอด
 ว่างหางจระเข้ช่วยแก้เส้นเลือดดำขอดบริเวณขา ด้วยการใช้วุ้นว่านหางจระเข้มาทาบริเวณที่เป็นเส้นเลือดขอดเป็นประจำ
 ว่านหางจระเข้ มีสาร Aloein A พบว่ามันสามารถช่วยรักษาโรคต่าง ๆ ได้หลายโรค เช่น โรคมะเร็ง ช่วยแก้อาการแพ้ รักษาโรคผิวหนัง เป็นต้น
 ในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ว่างหางจระเข้ต่าง ๆ หลายรูปแบบ ที่ผลิตมาจากว่านหางจระเข้ เช่น เครื่องสำอาง, โลชั่น, สบู่, แชมพู, ครีมบำรุงผิว, ครีมทาใต้ตา, ครีมรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ, ครีมทาแผลสดแผลพุพอง, เจลว่านหางจระเข้, เจลทรีตเมนต์บำรุงผิวหน้า ฯลฯ
 นอกจากนี้ว่านหางจระเข้ยังสามารถนำมาทำเป็นอาหารจำพวกของหวานได้อีกด้วย เช่น น้ำวุ้นลอยแก้ว, วุ้นแช่อิ่ม, นำมาปั่นทำเป็นน้ำว่านหางจระเข้ เป็นต้น
 
ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ของว่านหางจระเข้ (งานวิจัย)
 ได้ทดลองใช้วุ้นว่านหางจระเข้ในการรักษาแผลไฟไหม้ และแผลเรื้อรังจํานวน 16 รายพบว่าได้ผลดีทั้งที่ใช้วุ้นสดและยาสมุนไพร
 ได้ทําการพัฒนาต้นตําหรับว่านหางจระเข้ และทดลองทางคลินิก พบว่า ผลิตภัณฑ์ว่านหางจระเข้ในรูปเจลครีม และขี้ผึ้งสามารถรักษาโรคผิวหนังในผู้ป่วยที่มีอาการของ pityriasis, โรคกลาก และแผลอักเสบจากรังสีบําบัด
 มีการทดลองฉีดสารสกัดจากใบว่านหางจระเข้ในคนไข้  50 คน ซึ่งเป็นโรคเหงือกอักเสบ ผลระยะแรกและระยะที่สอง พบว่า ได้ผลลดการอักเสบ แต่ถ้าเป็นระยะที่ 3 จะไม่ได้ผล
 โมเลกุลของนํ้าตาล (polysaccharide) ในวุ้นว่านหางจระเข้มีคุณสมบัติที่สามารถใช้เป็นยารักษาได้ โดยเป็นตัวกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน (immunostimulation),ออกฤทธิ์ต้านการอักเสบ (antifinflammatory effects), การรักษาแผล (wound healing), กระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมของเซลล์ร่างกลายภายหลังที่มีการรักษาโดยการฉายรังสี (promotion of radiation damage repair), ยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย (anti-bacterial), ยับยั้งเชื้อไวรัส (anti-viral), ยับยั้งเชื้อรา (anti-fungal), 
ยาป้องกันหรือบรรเทาอาการโรคเบาหวาน (anti-diabetic), ยับยั้งเซลล์มะเร็ง (anti-cancer), กระตุ้นการสร้างเม็ดเลือด
 นอกจากนี้ยังได้มีผู้ทําการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการสกัดโปรตีนจากว่านหางจระเข้เพื่อหาคุณสมบัติทางชีวภาพดังนี้
ในปี 1980 นักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่นชื่อ Suzuki สามารถสกัด glycoprotein มีชื่อว่า aloein A จากใบของว่านหางจระเข้ และได้จดสิทธิบัตรไว้ที่ European Patent Application โดยโปรตีน ดังกล่าวมีคุณสมบัติ mitogenic activity และสามารถกระตุ้นระบบ complement ใน serum ของมนุษย์  (จาก United States Patent)
และในปี 2011 Das และคณะสามารถแยกโปรตีนขนาดโมเลกุลประมาณ 14  kDa จากวุ้นของว่านหางจระเข้ และพบว่ามีคุณสมบัติในการยับยั้งเชื้อรา และมีฤทธิ์ต้านการอักเสบได้โดยยับยั้งเอนไซม์ cyclooxygenase (COX) and lipoxygenase (LOX)
 
เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ
น้ำว่านหางจระเข้ aloe vera juice   
สูตร 99.67%
เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ที่คัดสรรมาอย่างดี โดยคัดสรรมาจากสมุนไพรธรรมชาติผลิตจาก " ว่านหางจระเข้ " สายพันธุ์บาบาเดนซิส มิล ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่วิจัยมาแล้วว่ามีสารอาหาร  วิตามิน แร่ธาตุ มากกว่าสายพันธุ์ทั่วไป และใช้กรรมวิธิการผลิตด้วยเครื่องจักรที่ทันสมัยที่สามารถคงสารอาหารที่อยู่ในว่างหางจระเข้ได้ครบถ้วน บรรจุในขวดแก้วที่คงทนต่ออุณหภูมิ และสภาพแวดล้อม  ว่านหางจระเข้ เป็นพืชที่ถูกนำมาใช้ดูแลสุขภาพ และบำบัดโรคต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการใช้ในการบำบัดโรคทั้งในวงการแพทย์แผนโบราณ และแผนปัจจุบัน ซึ่งมีผลการวิจัยมากมายที่แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยม ทำให้ว่านหางจระเข้ได้รับการยอมรับในประโยชน์อันทรงคุณค่ามาเป็นเวลานับทศวรรษ
สรรพคุณของน้ำว่านหางจระเข้
Aloe Vera Juice 
1. โรคกระเพาะอาหาร  ใช้เป็นยาบำรุงกระเพาะอาหารได้ดี ช่วยปรับการทำงานของกระเพาะอาหารและลำไส้
2. โรคแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กตอนต้น ช่วยในการสมานแผล ใช้รักษาแผลในอวัยวะย่อยอาหาร
3. โรคท้องผูก  มีฤทธิ์เป็นยาระบาย
4. ความดันโลหิตสูง ช่วยให้หลอดเลือดอ่อนนุ่ม และช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต
5. ความดันโลหิตต่ำ ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ทำให้กระบวนการเผาผลาญอาหารในร่างกายดำเนินไปด้วยดี
6. ไข้หวัด ช่วยระงับการขยายตัว และทำลายเชื้อไวรัสซึ่งเป็นสาเหตุของไข้หวัด
7. หอบหืด ช่วยขจัดต้นเหตุของการแพ้ (ต้องใช้ต่อเนื่องเป็นเวลา1-2 เดือน จึงจะเห็นผล)
8. เบาหวาน ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญอาหาร ใช้เป็นยารักษาควบคู่ไปกับยาแผนปัจจุบันจะช่วยให้ยาออกฤทธิ์ได้ผลดีขึ้น
9. โรคตับอักเสบ  ช่วยสลายพิษในร่างกายได้ จึงช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพการทำงานของตับได้ดี
10. เมารถ- เมาเรือ ช่วยระงับประสาทขจัดอาการอ่อนเพลีย ช่วยบรรเทาอาการเมารถ เมาเรือ
12. แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ใช้ฆ่าเชื้อ ป้องกันอาการอักเสบและการติดเชื้อแทรกซ้อนได้ และยังกระตุ้นให้ผิวหนังกลับคืนสู่สภาพเดิมได้เร็ว
13. ฮ่องกงฟุต ช่วยทำลาย และยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรค บรรเทาอาการปวด และคันได้
14. ปวดฟันและโรคเหงือก ใช้แก้อักเสบ ป้องกันความเจ็บปวดเฉียบพลัน ลดอาการปวดฟันเนื่องจากฟันผุเป็นการชั่วคราว
15.  ช่องปากอักเสบ  ว่านหางจระเข้สามารถฆ่าเชื้อโรคประเภท Steptococcus และเชื้อโรคอื่นๆได้ทำให้อาการอักเสบหายเร็วขึ้น
16. ลดผลข้างเคียงจากการทำเคมีบำบัดหรือการคีโม
 
 วิธีรับประทานเพื่อให้เหมาะกับร่างกาย
 ป้องกันและบำบัดโรค วันละ 3 แก้วหลังอาหาร 3 มื้อ มื้อละ 1 แก้ว
 บำบัดมะเร็งเนื้องอก ชั้น 1-3  วันละ 4 แก้วขึ้นไป(120 cc. ต่อแก้ว )  หลังอาหารต่อเนื่อง 6 เดือน
 บำบัดโรคหอบหืด ภูมิแพ้ วันละ 3 แก้ว (90 cc.) หลังอาหารต่อเนื่อง 3 เดือน  
 
ขนาดบรรจุ : 1 ขวด บรรจุ 750 มล. ( 1 แก้ว = 30 ml )
ราคา 1,200 บาท 

 



 ประสบการณ์จากผู้ใช้ผลิตภัณฑ์

1. ประสบการณ์ผู้ป่วยเบาหวาน

2. ประสบการณ์ผู้ป่วยโรคกระเพาะอาหาร

3. ประสบการณ์ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน

4. ประสบการณ์ผู้ป่วยโรคมะเร็งตับ

 

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
สำนักงานกรุงเทพ : 02-5088800
สาขาพัทยา : 081-8082591
เว็บไซต์ : http:// www.healthfoodsnetwork.com/
Line@: https://line.me/R/ti/p/ %40healthfoodsnetwork

 

 


Powered by MakeWebEasy.com